แม่ขี่จยย.ซ้อนลูก 5 คน หลับในชนเกาะกลางถนน ดับ 1 ศพ

แม่ขับขี่จยย.ซ้อนลูก 5 คน กลับจากสระแก้ว เกิดหลับในรถชนเกาะกลางถนนปราจีนฯ ทำลูกสาวหัวฟาดพื้นดับ

พ.ต.ต.อาทิตย์ ศรีปราชญ์ สารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถ จักรยานยนต์หลับในพุ่งชนเกาะกลางถนน ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กทั้งหมดอีก 5 คน สถานที่เกิดเหตุ บนถนนสายสุวรรณศร หรือ 33 (ประจันตคาม – กบินทร์บุรี) ระหว่างหลัก กม.181 -182 บ้านนา หมู่ 1 ต.คำโตนด อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นถนน 4 ช่องจราจร ช่วงทางขึ้น – ลงเนินฝั่งขาขึ้นไป อ.กบินทร์บุรี พบศพผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงสภาพศพที่ศีรษะด้านท้ายทอยมีแผลแตกยาวกว่า 5 นิ้วลึกถึงกระโหลกศรีษะเป็นแผลฉกรรจ์เลือดไหลนองพื้นนอนเสียชีวิตติดเกาะกลางถนน ทราบต่อมาชื่อคือ ด.ญ.เพ็ญพิชชา อายุ 11 ปี

 

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวม 5 คน ประกอบด้วย น.ส.สุวิชญา อายุ 37 ปี เป็นผู้ขับขี่และเป็นมารดาเด็กทั้งหมด, ด.ช.คุณาคุณ อายุ 7 ขวบ, ด.ช.พงศกร อายุ 2 ขวบ, ด.ญ.พิชชารัตน์ อายุ 10 เดือน (แฝดพี่), ด.ญ.สิริวัลย์ อายุ 10 เดือน (แฝดน้อง) หน่วยกู้ภัยรีบนำส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.ประจันตคามก่อนหน้านี้

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ น.ส.สุวิชญา ขับขี่จักรยานยนต์มาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมาหาสามี ใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว จากนั้นได้เดินทางกลับโดยซ้อนลูกๆ มา 5 คน ขณะขับขี่ ได้หลับในจนจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนปีนเกาะกลางถนนและล้มลงดังกล่าว

สลด! สาวน้อยใจนึกว่าสามีคุยกับกิ๊ก ชวนนั่งดื่มเหล้า ก่อนเข้าห้องน้ำผูกคอดับ

สาววัย 36 ปี น้อยใจคิดว่าสามีแอบมีกิ๊ก หลังนั่งดื่มด้วยกันสามีเผลอหลับ น้อยใจเดินเข้าห้องน้ำใช้เชือกผูกคอดับ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 เวลา 19.30 น. เกิดเหตุ มีหญิงผูกคอตายภายในเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ชุมชนโรงแขก ถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ที่เกิดเหตุ เป็นเพิงพักปลูกสร้างด้วยไม้หลังคามุงสังกะสี ภายในเพิงพักดังกล่าวได้พบร่างของนางวรรณา อายุ 36 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กับพื้น ที่ลำคอพบร่องลอยการถูกลัดด้วยเชือกจนเป็นรอยเขียวช้ำ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องลอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ข้างตัวผู้ตายพบเชือกผ้าสีน้ำเงินวางกองอยู่ 1 เส้น จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช

จากการสอบถามนายโยธิน อายุ 40 ปี สามีผู้ตาย ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้า ระหว่างที่ตนและผู้ตาย อยู่ที่บ้านกันตามปกติ โดยมีลูกสาวนอนพักอยู่ด้วย ได้มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท พรบ.กลางซึ่งเป็นผู้หญิง ได้โทรเข้ามาหาตน เพื่อสอบถามเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอุบัติเหตุของพ่อตา ระหว่างที่ตนกำลังคุยกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ผู้ตายอยู่ด้วยและเข้าใจผิดคิดว่าตนแอบคุยกับหญิงอื่น ผู้ตายจึงเกิดน้อยใจคิดว่าตนแอบไปมีหญิงอื่น ด้วยความหึงหวงจึงเกิดมีมีปากเสียงกัน

 

ต่อมาตนได้พาผู้ตายเดินทางไปเยี่ยมพ่อตาที่บ้านพักย่าน ต.บางปลา กระทั่งช่วงบ่ายจึงพากันเดินทางกลับ และซื้อเหล้าขาวมานั่งดื่มด้วยกัน ระหว่างนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ผู้ตายก็ได้พูดถึงเรื่องที่ตนลาออกจากงานขับรถ และวนมาเรื่องระแวงว่าตนจะไปมีหญิงใหม่ ตนก็ได้พยายามอธิบายให้ผู้ตายเข้าใจว่าตนไม่มีใคร ส่วนเรื่องงานตนก็จะไปหาสมัครใหม่อย่างแน่นอน ด้วยความเมาตนจึงเผลอหลับไป จนช่วงเย็นตื่นขึ้นมา ตนจึงมาเคาะเรียกแต่ไม่ยอมเปิด ตนจึงได้แง้มประตูห้องน้ำดู พบร่างภรรยาแขวนอยู่ จึงได้รีบพังประตูเข้าไปช่วยเหลือนำร่างลงมาและรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดน้อยใจสามีคิดว่าไปมีหญิงอื่น จึงดื่มเหล้ายอมใจอาศัยจังหวะสามีเมาหลับแอบเข้าห้องน้ำใช้เชือกผูกคอตัวเอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แฉไม่หยุด! สาวหลอกแต่งงานคดีติดตัวเพียบ คนพิการยังถูกโกง

จากกรณีเจ้าสาววัย 32 ปี หลอกเจ้าบ่าวให้แต่งงานแล้วหอบสินสอดหนีไป ก่อนถูกออกหมายจับฐานฉ้อโกง โดยต่อมาพบว่าเจ้าสาวรายนี้เคยถูกออกหมายจับในคดีลักษณะเดียวมาแล้วหลายพื้นที่ มีเหยื่อถูกหลอกเดือนเดียว 4 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนตำรวจวังสะพุง จังหวัดเลย ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งใน ตำบลศรีสงคราม อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาวจริยาภรณ์ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาในคดีนี้ พร้อมหมายจับคดีค้างเก่าฐานนำบัตรเอทีเอ็มของผู้อื่นไปกดเงินในพื้นที่หนองหญ้าปล้อง อำเภอวังสะพุง แต่พบว่าบ้านหลังนี้ถูกปิดทิ้งไว้ มีเพียงพี่สาวของผู้ต้องหาที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน พร้อมระบุว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวมาตั้งแต่ปี 2557 และนางสาวจริยาภรณ์ ยังไม่คืนเงินที่ติดค้างไว้ จำนวน 10,000 บาท

 

โดยจากข้อมูลยังพบว่า ต้นเดือนสิงหาคม 2560 มีชาย 2 คน ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อของนางสาวจริยาภรณ์ หลอกให้แต่งงานด้วย พร้อมขโมยรถไปให้พ่อขับที่บ้าน และเจ้าหน้าที่ได้ติดตามกดดัน จนพ่อของนางสาวจริยาภรณ์คืนให้ได้สำเร็จ 1 คัน แต่รถกระบะป้ายแดงอีกคันยังไม่ได้คืน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ สภ.วังสะพุง จะเชิญตัวพ่อแม่ และญาติของนางสาวจริยาภรณ์ ไปสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ เนื่องจากก่อเหตุมาหลายพื้นที่ และมีหลายหมายจับ

นอกจากนี้ เพจตีแผ่ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หลังจากเผยแพร่เรื่องราวของหญิงสาวคนดังกล่าวออกไป พบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยนอกจากจะหลอกผู้ชายแต่งงานแล้ว ยังเคยก่อคดียักยอกทรัพย์ , ขโมยรถ , หลอกซื้อทุเรียน ลิ้นจี่ ลำไย แล้วไม่จ่ายเงิน รวมถึงโกงเงินคนพิการขายสลากกินแบ่งฯ อีกด้วย

2 แม่ลูกใช้ไม้เขี่ยวัตถุต้องสงสัย เกิดระเบิดบาดเจ็บทั้งคู่

เกิดเหตุสองแม่ลูกถูกระเบิดได้รับบาดเจ็บ ตำรวจคาดเป็นของกลุ่มวัยรุ่นที่นำมาซ่อนไว้ พร้อมหาเบาะแสติดตามตัวดำเนินคดี

เมื่อเวลา 12.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.สุคนธ์ สงสกุล สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุคนถูกระเบิดได้รับบาดเจ็บ ที่ซอย 2 หมู่บ้านบัวคลี่ 7 หมู่ที่ 5 ต.สนามชัย ไปตรวจสอบ พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธร จ.สุพรรณบุรี (อีโอดี) และ จนท.กู้ภัยทางหลวงเณรแก้ว

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่ช่วยนำตัวส่ง รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช ทราบชื่อ นางหน่อย อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดที่มือขวาและที่นิ้วเท้าขวา 2 นิ้ว และบุตรสาว อายุ 10 ขวบ ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ขาขวาและที่มือขวา ทางแพทย์ได้ทำแผลอาการปลอดภัย แล้ว อนุญาตให้กลับบ้านได้

ในที่เกิดเหตุบริเวณพื้นปูนพบร่องรอยถูกแรงระเบิดลักษณะคล้ายถูกไฟไหม้ ใกล้กันพบถุงกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่ข้างกำแพงบ้าน ชุดอีโอดีจึงทำการตรวจสอบภายในถุงกระดาษ มีเสื้อนักเรียนสีขาวห่อวัตถุต้องสงสัยเอาไว้ ภายในห่อเสื้อเป็นระเบิดแสวงเครื่องซึ่งเป็นระเบิดที่ประกอบขึ้นเอง มีเทปพันสายไฟสีดำพันทับหุ้มไว้ จำนวน 3 ลูก และชิ้นส่วนที่ระเบิดไปแล้ว 1 ลูก จนท.จึงเก็บกู้ไว้ได้อย่างปลอดภัยและนำไปทำลาย

 

จากการสอบสวน นางหน่อย ให้การว่า ได้พบถุงกระดาษต้องสงสัยวางอยู่ข้างกำแพงตรงข้ามบ้านและมีแมลงวันตอมอยู่ จึงคิดว่าจะเป็นซากสัตว์หรือใครนำทารกมาทิ้งไว้ จึงได้ชวนบุตรสาวมาช่วยกันใช้ไม้กับคราดเหล็กไว้สำหรับคราดดิน มาเขี่ยถุงดูว่าอะไรอยู่ในถุง แต่มีวัตถุต้องสงสัยหลุดมาจากถุง 1 ลูก ลักษณะมีเทปพันสายไฟสีดำพันอยู่ จึงใช้ไม้กับคราดเหล็กเขี่ยดูอีกว่าเป็นอะไร ทันใดนั้นวัตถุดังกล่าวเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ส่งผลให้ตนและลูกสาวได้รับบาดเจ็บ เพื่อนบ้านจึงแจ้งตำรวจและกู้ภัยมาช่วยนำตัวส่ง รพ. ส่วนระเบิดตนไม่ทราบว่าใครมาทิ้งไว้

ด้าน พ.ต.ต.สุคนธ์ สงสกุล สารวัตรเวร สภ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ระเบิดดังกล่าวคาดว่าน่าจะเป็นของกลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนองประกอบขึ้นเอง เพื่อนำไปก่อเหตุข่มขวัญคู่อริ ระหว่างทางเจอตำรวจกลัวถูกจับ จึงนำมาซุกไว้แล้วคงจะมาเอาทีหลัง แต่ชาวบ้านเคราะห์ร้ายมาเจอเข้าด้วยความสงสัย จึงใช้ไม้เขี่ยดูด้วยความอยากรู้จนเกิดระเบิดขึ้น โชคดีที่ระเบิดแสวงเครื่องไม่ได้ใส่เศษตะปูหรือเศษกระจกไว้ ไม่เช่นนั้นสองแม่ลูกอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต

อย่างไรก็ตาม ได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว พร้อมกับประสานฝ่ายสืบสวนออกหาเบาะแสของคนร้ายและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

สลด ! เครื่องบินโชว์ผาดโผน ตกกระแทกพื้นไฟลุกท่วม นักบิน-ช่างภาพ ดับสยอง

สลด ! เครื่องบินโชว์ผาดโผนตกกระแทกพื้น ไฟลุกท่วมนักบิน-ช่างภาพตายสยอง เผยนักบินมีดีกรีแชมป์โลกการแข่งบินแรลลี่

เว็บไซต์ไลฟ์ของรัสเซียรายงานความคืบหน้าเหตุเครื่องบินตกกระแทกพื้นขณะโชว์บินผาดโผนกลางอากาศ จนระเบิดและไฟลุกไหม้นักบิน 2 ราย เสียชีวิตทันที เหตุเกิดที่เมืองบาลาชีฮา ชาน กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

ล่าสุด สำนักข่าวตาสส์ของรัสเซียรายงานอ้างนายวาเลรีย์ สมีร์นอฟ หัวหน้าแผนกวิเคราะห์ข้อมูลแห่งสมาคมเพื่อนกองทัพอากาศ หนึ่งในผู้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี ของการผลิตเครื่องบิน อาน-2 ว่า หลังเกิดเหตุ มีคำสั่งให้นักบินที่เหลือยุติการบินโชว์กลางอากาศ ขณะที่เพลิงไหม้สามารถควบคุมได้แล้ว และตำรวจและอัยการขนส่งรุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุอาจเกิดจากความผิดพลาดของลูกเรือ

นายสมีร์นอฟ กล่าวต่อว่า เครื่องบิน อาน-2 ได้รับการซ่อมบำรุงทางเทคนิคอย่างสมบูรณ์ก่อนทำการบิน พร้อมระบุว่า นักบิน 2 ราย ต่างมีประสบการณ์ โดยรู้จักเครื่องบินลำดังกล่าวและสมรรถนะของมันเป็นอย่างดี

รายงานระบุว่า ทราบชื่อนักบินผู้เสียชีวิต 2 ราย แล้ว คือ นายดมีตรี ซูฮาเรฟ อายุ 49 ปี เคยชนะการแข่งขันแรลลี่เครื่องบินระดับแชมป์โลก ยุโรป และรัสเซีย และ นายบอริส ตีเลวิช อายุ 30 ปี เคยทำงานไอทีและธุรกิจส่วนตัว แต่ตัดสินใจหันมาเป็นนักบิน

สำนักข่าวแมชให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า นักบินรายหนึ่งถูกไฟคลอกบนเครื่องบิน อีกรายถูกแรงระเบิดจนบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ต่อมา สมาคมอาสาเพื่อความร่วมมือระหว่างกองทัพบก กองทัพอากาศ และกองทัพเรือ ออกมาปฏิเสธข้อมูลว่า นายบอริส ตีเลวิช ไม่ใช่นักบิน แต่เป็นช่างภาพผู้สื่อข่าว

พ่อบุกป่าลาวพิสูจน์ศพปริศนา คาดยังไม่ใช่ ผอ.อ้อย วอนผู้ต้องหาบอกที่ซ่อนศพ

พ่อของ ผอ.อ้อย ฝ่าดงระเบิดไปผานางอิง เพื่อพิสูจน์ศพปริศนาชายแดนลาวว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อย หรือไม่ เชื่อไม่ใช่ศพลูกสาว เนื่องจากกะโหลกศีรษะและฟันมีขนาดใหญ่ วอนผู้ต้องหาบอกที่ซ่อนศพ ผอ.อ้อย เจ็บปวดใจออกตามหาทุกวัน

จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 นานร่วม 2 เดือนแล้ว และถึงแม้จะจับตัวผู้ต้องหาได้ คือ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดีมากนัก เนื่องจากผู้ต้องหาขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่บริเวณผานางอิง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนลาว นายบุญเลิศ อายุ 62 ปีพ่อของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ศรีไชย ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ศรีสะเกษ นายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ หน.อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ออกเดินทางด้วยเท้าฝ่าดงระเบิดตามป่าชายแดนลาว ไปยังจุดที่เจ้าหน้าที่ของลาวพบศพปริศนา

โดยเดินเท้าเข้าไปในเขตประเทศลาวประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งสภาพป่าค่อนข้างรกทึบและสภาพของผานางอิงค่อนข้างสูงชันมาก และเมื่อเข้าไปถึงบริเวณที่พบศพ เจ้าหน้าที่ของลาวได้นำเอาชิ้นส่วนของศพประกอบด้วย กะโหลกศีรษะ ฟัน 2 ซี่ กระดูก 1 ชิ้น และเสื้อผ้าคล้ายกับกางเกง 3 ส่วนวางกองอยู่

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของลาวแจ้งว่า ศพดังกล่าวคาดว่าจะถูกหมูป่ากัดกินร่างกายจนหมดแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ ตำรวจของไทย ได้รับเอาชิ้นส่วนทั้งหมดกลับเข้ามาในเขตแดนไทย เพื่อที่จะได้นำเอาไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอว่าจะใช่ศพของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือไม่

นายบุญเลิศ พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า จากการที่ตนได้ตรวจดูชิ้นส่วนของศพ คาดว่าศพนี้ไม่น่าจะใช่ศพของลูกสาว เนื่องจากโครงกระโหลกศีรษะมีขนาดใหญ่มาก และฟันก็ค่อนข้างใหญ่ แม้ว่าศพนี้จะไม่ใช่ศพของ ผอ.อ้อย แต่ว่าตนก็จะยังค้นหาร่างต่อไป ด้วยความรักความห่วงใย

อีกทั้งขอฝากไปถึงผู้ต้องหาว่าควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่า ขณะนี้ศพของ ผอ.อ้อย อยู่ไหน เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้รับความเดือดร้อนในการค้นหาศพเป็นอย่างมาก เพราะต้องออกตามหา ผอ.อ้อย ทุกวัน

ดังไปทั่วโลก ไบค์เกอร์ใจหล่อ หยุดรถช่วยปลอบคนจะฆ่าตัวตาย

หนุ่มไบค์เกอร์ตัดสินใจทำสิ่งที่เกือบเป็นอันตราย หยุดรถและขี่สวนเลน เพื่อช่วยกล่อมไม่ให้ชายคนหนึ่งจะกระโดดสะพานลงมาให้รถชนตาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพเหตุการณ์ที่สร้างความประทับใจและอบอุ่นไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อหนุ่มไบคเกอร์ชาวรัสเซียคนหนึ่งเข้าไปช่วยปลอบประโลมและช่วยเหลือให้ชายคนหนึ่งที่กำลังคิดสั้นฆ่าตัวตาย เปลี่ยนใจไม่ก่อเหตุน่าเศร้า

ภาพจากกล้องติดหมวกกันน็อคของไบคเกอร์ชาวรัสเซียคนหนึ่ง กลายเป็นคลิปที่สร้างกระแสไวรัลไปทั่วโลก รายงานระบุว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนทางหลวงสายหนึ่งในกรุงมอสโคว หนุ่มไบค์เกอร์ที่ขับขี่จักรยานยนต์มาตามปกติ เมื่อเขาขับลอดใต้สะพานแห่งหนึ่งก็สังเกตเห็นว่า ด้านบนขอบสะพานนั้นมีคนกำลังยืนอยู่และทำท่าจะกระโดดลงมา

ทันทีที่เห็นแบบนั้น ไบค์เกอร์หนุ่มก็ตัดสินใจชะลอและเลี้ยววนรถ ก่อนจะขี่กลับไปตามไหล่ทาง แล้วสิ่งที่เขาเห็นก็ถูกต้อง เขาจอดและโบกมือและพูดส่งสัญญาณไปถึงชายคนดังกล่าวที่กำลังยืนอยู่ขอบนอกสะพาน เขาสั่งให้ชายคนดังกล่าวกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้ มาคุยกันดีๆ อย่าทำแบบนี้เลย หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ปีนกลับหายเข้าไป

หนุ่มไบค์เกอร์จึงตัดสินใจขับขี่สวนเลนเลยไปอีกนิดหน่อย เพียงหาทางขึ้นไปยังบนสะพานที่ชายคนดังกล่าวยืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ เมื่อขึ้นไปก็พบกับชายคนดังกล่าวยืนกลุ้มใจอยู่บนสะพาน ก่อนจะมีพลเมืองดีขับรถตามมาสมทบอีก

เจ้าของคลิปดังกล่าวได้เปิดเผยว่า เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำค่อนข้างอันตรายและผิดกฎจราจร แต่เขาทำไปเพื่อป้องกันก่อนสิ่งที่เลวร้ายกว่าจะเกิดขึ้น ผู้ชายคนนั้นอาจจะกระโดดลงมาตัดหน้ารถคันอื่นได้ทุกเมื่อ เขาจึงตัดสินทำในสิ่งที่น่าจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากภาพที่เห็นในคลิปดังกล่าวแล้ว หนุ่มไบค์เกอร์และพลเมืองดีตัดสินใจยืนอยู่กับชายที่กำลังคิดสั้น ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึง ใช้เวลาราวๆ 10 นาที ก่อนที่ชายคนนี้จะถูกรับตัวไป โดยชายคนนี้มีลักษณะคล้ายเป็นโรคทางประสาท และอ้างว่าเขาโบกรถเดินทางมาเรื่อยๆ จากเมืองวาดิเมียร์ เพื่อไปยังเมืองเคิสก์ เพราะแม่ของเขาเพิ่งจะเสียชีวิต

วัยรุ่นนับร้อยมึน! กระบะปริศนาไล่ชน ทิ้งทะเบียนรถให้ดูต่างหน้า

กลุ่มวัยรุ่นนับร้อยคน กลับจากเที่ยว ขับรถตามๆ กัน ถูกรถกระบะขับไล่ชนจนตกข้างทาง บาดเจ็บ 3 ราย มึนไม่รู้สาเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.40 น. วันนี้  ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคม บ้านบึง จุดบ่อวิน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีอุบัติเหตุรถตกข้างทางและมีคนเจ็บหลายราย พ.ต.ท.นิติภูมิ บุตรวงค์ สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ่อวิน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรมสมาคม บ้านบึง จุดบ่อวิน ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ.สายอีสเทิรน์ ซีบอร์ด หมู่ 3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กค-4431 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ลำเลียงคนเจ็บ 3 ราย เป็นเยาวชนนำส่งโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ไปก่อนหน้านี้แล้ว สอบสวนกลุ่มเยาวชนทราบว่านั่งมาในรถคันดังกล่าว 7 คน กลุ่มพวกตนมาจาก ศรีราชา – นาเกลือ และในบ่อวิน นัดมาฉลองวันเกิดให้พี่สาว โดยมีทั้งกลุ่มรถจักรยานยนต์และกลุ่มรถยนต์ ขับตามกันมากว่า 100 คน

หลังจากงานเลี้ยงเลิก พวกตนเองขับกันมาปกติ ได้มีรถกระบะสีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กภ-9018 กรุงเทพมหานคร ขับไล่รถของพวกตน และชนท้ายรถจนเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง จนกระทั่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ซึ่งทางตำรวจจะเรียกคนเจ็บและกลุ่มเยาวชนทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง และจะเรียกรถคันก่อเหตุมาสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากพบป้ายทะเบียนตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ

กู้ภัยสหรัฐฯ กู้ร่าง 2 นศ.ขึ้นมาสำเร็จ ญาตินิมนต์พระทำพิธี

เกือบ 2 เดือนที่รอคอย กู้ภัยสหรัฐฯ เก็บกู้ซากรถนักศึกษาไทยตกเหวแม่น้ำคิงส์ได้สำเร็จ พร้อมนำร่างขึ้นฝั่งได้เรียบร้อย พ่อแม่นิมนต์พระทำพิธีเบื้องต้น ก่อนนำร่างกลับบ้านเรา

(2 ก.ย.) ความคืบหน้าปฏิบัติการการกู้ซากรถยนต์และร่างนักศึกษาชาวไทยที่พลัดตกเหลวลึกที่สหรัฐอเมริกา ล่าสุดประสบความสำเร็จและลุลวงผ่านไปด้วยดี แม้จะเกิดอุปสรรคขึ้นเล็กน้อย ทำให้การเก็บกู้ล่าช้าไปนิดหน่อย แต่ร่างของนักศึกษาทั้ง 2 คนก็ถูกนำขึ้นมาได้แล้ว

เพจเฟซบุ๊ก SiamTownUS ได้เกาะติดภารกิจการเก็บกู้ซากรถยนต์ของ 2 นักศึกษาไทยที่เสียหลักตกลงเหวในรัฐแคลิฟอร์เนีย ร่วมเกือบ 2 เดือน เพราะไม่สามารถฝ่ากระแสน้ำและแรงลมเก็บกู้ได้ในทันที ทำให้เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะคนไทยที่หวังว่าจะช่วยเก็บกู้ร่างขึ้นมาได้ก็เพียงพอ

ตามรายงานระบุว่า ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กู้ภัยสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้นราวๆ 10.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมาตามเวลาในเมืองไทย เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนดำเนินการอย่างรัดกุม ทำให้เสียเวลาเล็กน้อยจากที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเก็บกู้ซากตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่

กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้โรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ใช้สายเคเบิ้ลลากรถยนต์เข้ามายังฝั่งแม่น้ำคิงส์ ก่อนจะเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตภายในซากรถ นำขึ้นมาส่งพิสูจน์ชันสูตรได้อย่างเรียบร้อยตามแผนการ

ขณะที่ครอบครัวของนักศึกษาชาวไทยทั้ง 2 คน ก็อยู่ร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ เมื่อเก็บกู้ร่างขึ้นมาได้ จึงได้ทำพิธีทางศาสนาในเบื้องต้น โดยมี นายธานี แสงรัตน์ และนายคิด ฉัตรประภาชัย กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ร่วมพิธีด้วย โดยนิมนต์ พระครูใบฎีกาบุญทัน ฉปณโณ วัดพรหมจริยการาม เมืองเฟรซโน่ ทำพิธีสวดบังสุกุลก่อนเคลื่อนย้ายร่างกลับเมืองไทยในลำดับต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสหรัฐฯ ยังเตรียมวางแผนเก็บกู้ซากรถยนต์ของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ประสบเหตุตกเหวใกล้ๆ กันอีกคัน แต่ต้องเป็นภารกิจภายในวันหลัง เนื่องจากมีจุดที่มีความยากลำบากกว่ามาก ทำให้ต้องวางแผนอย่างรัดกุมในการปฏิบัติการ

กระแสเเรง โยมแห่จอง “ผ้ายันต์ลิเวอร์พูล” เจ้าอาวาสเครียด หวั่นละเมิดลิขสิทธิ์

คืบหน้า วัดดังปลุกเสกผ้ายันต์ลิเวอร์พูล กระเเสเเรงเกินคาด มีญาติโยมเเห่บูชาจนเกลี้ยง ทำให้ผู้ที่ต้องการต้องลงชื่อสั่งจองไว้

จากกรณีที่ได้มีการนำเสนอข่าว วัดไผ่หมูขวิด ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้มีการสร้างพระอรหันต์ขนาดใหญ่ ขนาดกว้าง 7.5 นิ้ว สูง 10.5 นิ้ว ทาสีขาวทอง จำนวน 1,250 องค์ ติดไว้ตามผนังอุโบสถอย่างสวยงาม นอกจากนั้น ยังได้มีการปลุกเสกผ้ายันต์ลายลิเวอร์พูล และเสื้อยืดลายยันต์ลิเวอร์พูลไว้ให้กับญาติโยม โดยเงินที่ได้นำมาเข้าวัด จนเป็นที่ฮือฮา รายละเอียดตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. (1 ก.ย. ) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบบรรยากาศที่วัดดังกล่าว โดยเมื่อไปถึงพบว่ากระแสผ้ายันต์ที่มีสัญลักษณ์ของทีมฟุตบอลหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้น ฮือฮาเป็นอย่างมาก ญาติโยมจากทั่วสารทิศได้เดินทางมาที่วัด ขอพบกับพระครูวิรุฬห์ธรรมารักษ์ เจ้าอาวาสวัดไผ่หมูขวิด เพื่อบูชาผ้ายันต์ดังกล่าว

แต่ปรากฏว่า ญาติโยมที่มาต่างผิดหวังไปตามๆ กัน เนื่องจากพระครูวิรุฬห์ธรรมารักษ์ นั้นไม่อยู่ที่วัด พบเพียงคณะกรรมการของวัด ที่อยู่รอรับและแจ้งว่าผ้ายันต์ลิเวอร์พูลนั้นหมดแล้ว หากต้องการบูชาต้องสั่งจองกัน ซึ่งญาติโยมที่มาต่างลงชื่อสั่งจองกันเป็นจำนวนมาก โดยทางวัดจะทำเพิ่มแค่ยอดที่สั่งจองไว้แค่วันนี้เพียงวันเดียวเท่านั้น โดยยอดจองยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากมีญาติโยมต่างทยอยมาสั่งจองกันอย่างต่อเนื่อง

จากการสอบถามนายวัชระ อายุ 30 ปี กรรมการวัด กล่าวว่า ในวันนี้หลวงพ่อไม่อยู่ ออกไปทำธุระข้างนอก โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้นทางเจ้าอาวาสได้เริ่มทำผ้ายันต์และปลุกเสกผ้ายันต์ขึ้นเพื่อเป็นสิริมงคลแจกจ่ายให้กับญาติโยมที่มาร่วมทำบุญสร้างอุโบสถของวัด ซึ่งท่านก็ไม่ได้คิดจะโด่งดังอะไร คิดแค่ต้องการหาเงินทุนมาสร้างอุโบสถให้แล้วเสร็จเท่านั้น แต่หลังจากเป็นข่าวว่าหลวงพ่อจัดทำผ้ายันต์ลิเวอร์พูลก็เกิดกระแสเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยใช้สัญลักษณ์โดยไม่รับอนุญาต ทางวัดจึงตกลงหยุดทำเพียงแค่นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งตลอดระยะเวลาวันนี้ทั้งวันมีประชาชนทยอยเดินทางมาที่วัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เป็นแฟนทีมหงส์แดงลิเวอร์พูล และชอบผ้ายันต์ลายนี้เป็นการส่วนตัว บางคนนอกจากจะมีขอบูชาของตัวเองแล้ว ยังมีคนฝากๆ กันมาเป็นทอด ๆ อีก ซึ่งนอกจากจะมีการสั่งจองผ้ายันต์แล้ว บางส่วนยังของจองเสื้อด้วย