“เชื้อไวรัสโนโร” ปราบได้ด้วย “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงเชื้อไวรัสโนโร ไม่ใช่เชื้อไวรัสชนิดใหม่และไม่ใช่โรคติดต่ออุบัติใหม่ เชื้อนี้ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ พบมากในกลุ่มเด็ก แนะนำผู้ปกครองดูแลความสะอาด ใส่ใจสุขอนามัยของตนเองและบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เน้นยึดการปฏิบัติ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” โดยเฉพาะการล้างมือ ขอให้ดูแลเด็กให้ล้างด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ และนานๆ เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อได้

นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าจากกรณีที่มีการส่งต่อข่าวกันในโซเซียลมีเดียว่าพบเด็กติดเชื้อไวรัสโนโรและมีอาการหนักในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่าเด็กรายนี้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโนโรและได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลดังกล่าวจริง แต่ในส่วนของเชื้อไวรัสโนโร กรมควบคุมโรค ขอชี้แจงว่า ไวรัสโนโร (Norovirus) ไม่ใช่เชื้อไวรัสชนิดใหม่และไม่ใช่โรคติดต่ออุบัติใหม่ เชื้อนี้เป็นเชื้อดั้งเดิมที่รู้จักกันมานานมากกว่า 40 ปี แต่เดิมไม่ค่อยถูกกล่าวถึงในประเทศไทย เนื่องจากในอดีตไม่ค่อยพบการระบาดในคนหมู่มาก และการตรวจเชื้อเป็นไปด้วยความยุ่งยาก จึงมักไม่ได้ทำการตรวจหาเชื้อก่อโรคอุจจาระร่วง

แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ก้าวหน้าขึ้นจึงตรวจพบเชื้อไวรัสโนโรได้มากขึ้น ซึ่งปกติแล้วเชื้อนี้ไม่ได้ทำให้เกิดอาการรุนแรงจนเกิดภาวะไตวายโดยตรงเหมือนกับเชื้ออื่นๆ เช่น เชื้ออีโคไล แต่เด็กก็อาจมีอาการไตวายได้หากดูแลหรือเข้ารับการรักษาไม่ทัน เช่น ขาดน้ำมากๆ เป็นต้น โดยเชื้อไวรัสโนโรนี้ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษหรืออาการท้องเสียได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่ส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มเด็กวัยเรียน

สำหรับโรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งมีเชื้อที่ทำให้เกิดโรคอยู่หลายชนิด เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต หรือการปนเปื้อนสารพิษต่างๆ เป็นต้น แต่สาเหตุของอาหารเป็นพิษที่พบได้บ่อยครั้งคือ จากเชื้อแบคทีเรีย รองลงมาคือ ไวรัส นอกนั้นพบได้บ้างประปราย จากข้อมูลรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตลอดทั้งปี 2559 ทั่วประเทศพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 137,675 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากสุดคือ 15-24 ปี รองลงมาคือ 45-54 ปี ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ขอนแก่น อุบลราชธานี บุรีรัมย์ อํานาจเจริญ และปราจีนบุรี
ไวรัสโนโรในประเทศไทยสามารถพบได้ตลอดปี แต่จะพบมากในช่วงปลายฝนต้นหนาวจนถึงฤดูหนาว ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อ หรือสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งจากผู้ป่วย เชื้อไวรัสนี้มีความคงทนในสิ่งแวดล้อมมาก หากผู้ป่วยเข้าห้องน้ำแล้วไม่ได้ล้างมือหรือล้างไม่สะอาด แล้วไปจับลูกบิด ประตู หรือก๊อกน้ำ เชื้อโรคก็ยังอยู่ สำหรับสารเคมีที่ใช้ในการฆ่าเชื้อได้คือ ฟอร์มาลีน กลูตารอลดีไฮด์ และสารประกอบจำพวกคลอรีนที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป เป็นต้น ไวรัสโนโรนั้นมีระยะฟักตัวสั้น 12-48 ชั่วโมง และติดต่อได้ง่าย ถึงแม้มีเชื้อปริมาณน้อยก็ทำให้เกิดอาการได้ และมักมีอาการปรากฏอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่มักทำให้มีอาการอาเจียน อ่อนเพลีย ปวดท้อง ท้องเสีย และอาจมีไข้ต่ำๆ ได้ โดยอาการจะปรากฏประมาณ 2-3 วัน ส่วนใหญ่สามารถหายได้เอง แต่ในบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการขาดน้ำ ต้องให้น้ำเกลือหรือนอนโรงพยาบาล

ทั้งนี้ อาหารที่มักก่อให้การติดเชื้อไวรัสโนโรได้บ่อย ได้แก่ น้ำ/น้ำแข็งที่ปนเปื้อนเชื้อ และอาหารประเภทหอย ส่วนการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น ให้ดื่มน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่ (โอ อาร์ เอส) เพื่อป้องกันการขาดน้ำ อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น อาเจียนมาก ถ่ายบ่อย หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด ขอให้รีบพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน โดยโรคนี้ไม่มีวัคซีนป้องกันโรค และไม่มียารักษาจำเพาะ จึงขอแนะนำให้ผู้ปกครองดูแลความสะอาด ใส่ใจสุขอนามัยของตนเองและบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เน้นการปฏิบัติ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” โดยเฉพาะการล้างมือ ขอให้ดูแลเด็กให้ล้างด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ และนานๆ เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อได้

อึ้ง ผีสาวจ้างรถลุงไปส่งที่ อ.วังสะพุง เช้ามาแทบช็อก

จากกรณีที่เฟซบุ๊กซึ่งใช้ชื่อว่า “โสดตลอด ทั้งวันทั้งปี (กวนอู)” ได้โพสต์วีดีโอและข้อความ “ผีจ้างรถตาวัย 61 ปี จาก จ.กาฬสินธุ์ มาส่งที่บ้านคำแคนน้อย หมู่ 9 ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ตอนตี 5 ปรากฏว่าเป็นป่าสวนยางไม่ใช่หมู่บ้าน คนจ้างหาย แทบช็อก กำนันพร้อมชาวบ้านรีบเข้าช่วยเหลือทำพิธีสะเดาะเคราะห์” จนเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 ม.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. ได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง นายสมบัติ ต้นคำ กำนัน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อตอนตี 5 ของวันที่ 15 ม.ค.60 มีลูกบ้านมาบอกว่ามีรถกระบะ ไม่ทราบรุ่น สีขาว ทะเบียน 6513 กาฬสินธุ์ จอดเสียอยู่ที่ป่าสวนยาง หมู่ 9 ต.เขาหลวง

ตนจึงได้สั่งให้ลูกบ้านไปช่วยดูและช่วยเหลือ เมื่อไปถึงพบลุงวัยกว่า 60 ปี ยืนตกใจแทบช็อกอยู่ในป่าสวนยาง ทราบชื่อตาเสา ไม่ทราบนามสกุล อายุ 61 ปี อยู่ที่บ้านหนองแซง ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์

โดย ตาเสา เล่าให้ฟังว่าอย่างระแวดระวังว่า มีหญิงวัยกลางคนเหมารถจาก จ.กาฬสินธุ์ มาส่งที่บ้านนาคำแคน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ในราคา 300 บาท บอกอยู่ห่างจาก จ.กาฬสินธุ์ เพียง 30 กิโลเมตร เพื่อมาขนข้าวสารจำนวน 3 เกวียน ตลอดทางขับรถกระบะ รู้ตัวเองว่าระยะทางไม่ได้ใกล้เลย ตนถูกตำรวจที่ จ.ขอนแก่น จับขับรถผิดกฎจราจรโดนใบสั่ง 3 ใบ

จนมาถึงที่บ้านคำแคนน้อย ตอนตี 5 ซึ่งยังมืดอยู่ เห็นเป็นหมู่บ้าน และถนนลาดยางอย่างดี เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นปรากฏว่าหมู่บ้านที่เห็นตอนมืดกลับกลายเป็นสวนป่ายาง หญิงวัยกลางคนก็หายตัวไป ถึงกับแทบช็อกจนบอกไม่ถูก จนมีชาวบ้านมาเห็นนำตัวลงมาจากเขาป่าสวนยาง

นายสมบัติ ต้นคำ กำนัน ต.เขาหลวง เล่าต่ออีกว่า ตนเองเกิดที่นี้ โตที่นี่ และเป็นกำนันที่นี่ ยังไม่เคยได้ยินหมู่บ้านคำแคนน้อยเลยสักครั้ง ก็ไม่รู้ว่าตาเสาแกมาได้อย่างไร แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ก็มีลักษณะนี้เหมือนกัน แต่เหมารถจาก อ.ภูเรือ มาส่งที่บ้านคำแคนน้อย สถานที่เดียวกัน แต่อยู่คนละฝั่งถนน บอกว่ามีหญิงวัยกลางคนเหมารถให้มาส่ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสอบถามไปยังตาเสา ตามหมายเลขโทรศัพท์ ที่ตาเสาให้ไว้กับชาวบ้าน แต่ไม่มีใครรับสาย

พ่อเฒ่าเผานั่งยางตัวเองตาย ทิ้งจม.ห้ามพระสวด-เก็บกระดูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ จ.นครปฐม  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้มีชายเผาตัวเองเพื่อที่จะฆ่าตัวตาย ในพื้นที่ ต.กระตีบ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระตีบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ เข้าตรวจสอบ ที่บ้านหลังหนึ่ง ม.1 ต.กระตีบ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
จุดพบศพอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิต 50 เมตร ลักษณะเป็นอิฐบล็อก ก่อขึ้นสูงเท่าเอว เป็นสี่เหลี่ยม เอาไว้สำหรับเผาขยะ พบศพ นายแก่น อายุ 76 ปี ลักษณะศพนอนราบ ร่างไหม้เกรียม มีร่องรอยยางรถยนต์ 4 เส้น ทับบนร่างกายศพ ด้านหน้าพบธูปปักอยู่ มีไฟฉายและจดหมายลาตาย ที่เขียนบนกระดาษปฏิทิน 2 แผ่น เขียนไว้ว่า

“อย่าดับไฟเป็นอันขาด ห้ามเอาพระมาสวดเด็ดขาด ข้าพเจ้า นายแก่น อุทิศร่างกายให้แก่แม่พระเพลิง อุทิศกระดูกให้กับแม่ธรณี ห้ามเก็บกระดูกไปไหนเด็ดขาด แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าฆ่าตัวตาย”

จากการสอบถาม นายทองแดง สารวัตรกำนัน และเป็นเพื่อนบ้านผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายอาศัยอยู่บ้านเพียงคนเดียว โดยมีลูกๆ อาศัยอยู่บ้าน ใกล้เคียงไม่ห่างกันมาก โดยก่อนหน้านี้ เคยบ่นว่าอยากตาย เพราะเบื่อมีโรคประจำตัว โรคหัวใจและความดัน และเมื่อวานผู้ตายได้มีปากเสียงกับลูกสาว ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะมาพบศพดังกล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า ผู้ตายอาจจะน้อยใจลูกสาว ประกอบกับมีโรคประจำตัว จึงทำการนอนลงในบ่อเผาขยะ และเอายางรถยนต์วางที่ร่างกาย ก่อนจุดไฟเผาตัวเอง เพราะทางญาติผู้ตายยืนยัน ยางรถยนต์ที่ผู้ตายเก็บไว้ได้หายไปเหลือเพียง 2 เส้น

โดยผู้ตายน่าจะเตรียมมาอย่างดี มีการจุดธูปขอขมาและพบไฟฉาย ซึ่งคาดว่าอาจจะเผาตั้งแต่เมื่อคืน แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นอย่างอื่นทิ้ง รอการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

รถตู้ยางระเบิดเสยท้ายรถเก๋งคว่ำดับ2เจ็บ2ที่ปทุมฯ

รถตู้ยางระเบิดเสยท้ายรถเก๋งพลิกคว่ำเสียชีวิต 2 ศพ เจ็บ 2 ราย บนถนนทางด่วนพิเศษศรีรัชอุดรรัถยามุ่งหน้าบางปะอิน

ร.ต.ท. เสวต ศรีแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.ช้างใหญ่ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถตู้ยางระเบิดชนท้ายรถเก๋งพลิกคว่ำทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณถนนทางด่วนพิเศษศรีรัชอุดรรัถยามุ่งหน้าบางปะอินกม 27 + 800 หมู่ 3 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยาและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งเสียหลักชนกำแพงรั้วทางด่วนเสียหายจำนวน 10 อัน พลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่นอกรั้วและพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 รายเป็นหญิง 1 รายเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยานำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะอินทราบชื่อ นายสรวรรธ ศิริเสนา อายุ 34ปี อีก 1 รายเป็นผู้หญิงทราบชื่อนางสาวอรทัย เทพมณี อายุ 26 ปีเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยานำส่งโรงพยาบาลบางปะอินเช่นกัน นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นเป็นหญิง 2 ราย กระเด็นออกมานอกตัวรถ ห่างออกไปประมาณ 20 เมตรพบรถตู้ จอดบริเวณริมทางด่วน พบยางด้านหน้าซ้ายแตกและหน้ารถได้รับความเสียหาย

จากการสอบ นายชัดเจน อายุ 43 ปี คนขับรถตู้บอกว่าตนเองขับมาจากกรุงเทพและกำลังจะกลับบ้านที่จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุยางรถด้านหน้าซ้ายได้เกิดระเบิดทำให้รถเสียหลักไปชนท้ายกลับรถเก๋งเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าวซึ่งตนเองต้องกราบขอโทษด้วยที่ไม่ได้ตั้งใจ ขอแสดงความเสียใจกับญาติญาติด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วได้นำตัว นายชัดเจน ศรีศุภวัฒนะ อายุ 43 ปี คนขับรถตู้ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ช้างใหญ่ ส่วนผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยานำส่ง รพ.บางไทร เพื่อให้ญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ภัยร้ายใกล้ตัวหญิงวัยทำงาน

สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมส่วนไหนของร่างกาย ถ้าเป็นสมองส่วนกลางที่ควบคุมการทรงตัว คนไข้อาจมีอาการหัวหมุน หรือวิงเวียนศีรษะได้ แต่มักมีอาการอื่นร่วมด้วย หากเป็นมากอาจสูญเสียการเคลื่อนไหวของร่างกาย จนอาจเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และเสียชีวิตได้ ถ้าพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรไปพบแพทย์เพื่อได้รับรักษาอย่างถูกต้อง

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคเอ็มเอสให้หายขาดได้ ทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการ โดยชะลอให้อาการต่างๆ ทุเลาลง ด้วยการให้ยาเพื่อลดอาการอักเสบหรือลดความรุนแรงของโรค หรือการให้ยากดภูมิคุ้มกันบางตัว รวมทั้งกายภาพบำบัด ให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่ผู้ป่วย และจิตบำบัด เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ที่เคยเป็นแล้วก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีกดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการเป็นซ้ำและลดความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยโรคเอ็มเอส จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการซ้ำ โดยการดูแลใส่ใจสุขภาพตนเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่เครียด น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคเอ็มเอสและโรคร้ายอื่นๆ

ลดน้ำหนักสูตรเน้นดีท็อกซ์-อาหารคลีน สร้างหุ่นลีนใน 4 เดือน

วิธีลดนํ้าหนักไม่มีสูตรที่ตายตัว เราต้องลองและเลือกที่จะลดความอ้วนให้เข้ากับร่างกายและความถนัดของตัวเอง อย่างที่เธอคนนี้เลือกลดน้ำหนักด้วยอาหารคลีน และการดีท็อกซ์ร่างกายให้คลีนที่สุด เพราะเป็นคนรักการกินหนักมาก

ถ้าเป็นคนชอบกินจะให้มาคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ก็คงไปไม่ได้สักกี่น้ำ เหมือนกันกับคนที่ไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย ถ้าจะบังคับตัวเองให้มาฟิตร่างกายในฟิตเนสเป็นประจำก็คงทำได้ไม่นานเช่นกัน ดังนั้นสูตรลดน้ำหนักที่ดีที่สุดอาจเป็นสูตรที่เหมาะกับตัวเราเองนี่แหละค่ะ อย่างที่ Ashlie Molstad สาววัย 31 ปี ซึ่งเป็นสาวที่รักการกิน รักปาร์ตี้ แต่ก็รักความเฮลธ์ตี้ของตัวเอง ลองเฟิร์มรูปร่างและสุขภาพด้วยสูตรลดความอ้วนที่ใจบอกว่าใช่ ซึ่งเราจะพามาดูกันค่ะว่า ด้วยวัยขนาดนี้ ด้วยความชอบส่วนตัวแบบนี้ เธอมีสูตรลดน้ำหนักอะไรที่สร้างหุ่นสตรองให้ตัวเองได้ใน 16 สัปดาห์

อย่างที่บอกว่า Ashlie Molstad เป็นสาวที่รักการกินมาก แพนเค้กตอนสี่ทุ่มนี่คือมื้อประจำของเธอเลยก็ว่าได้ ดังนั้นแม้จะไม่ใช่สาวที่อ้วนมาก ทว่ารูปร่างของเธอก็ค่อนข้างอวบ ดูเจ้าเนื้อพอตัว ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองซะใหม่ก็คือทัศนคติที่ดีในตัวเธอเอง เพราะเธอเชื่อเสมอว่า ผู้หญิงทุกคนมีความสวยงามในทุกมุมมอง อยู่ที่เราจะเลือกโชว์ความงดงามของตัวเองในมุมไหน

ดังนั้นหากใครจะมีความสุขกับการกินจนอวบอ้วนเธอก็ไม่ขอยุ่ง เพียงแต่อยากบอกให้โลกและผู้หญิงทุกคนรู้ว่า การดูแลตัวเองให้ดี เลือกกินให้เป็น ไม่ได้พาแค่หุ่นสวย ๆ มาให้ แต่ความรู้สึกฟีลกู๊ดข้างในต่างหากที่เธออยากให้ทุกคนได้สัมผัส !

และในเมื่อ Ashlie Molstad เป็นสาวรักการกิน ดังนั้นสูตรลดน้ำหนักของเธอเลยไม่ทิ้งห่างจากการกินเลยสักนิด เพียงแต่เธอขอเน้นกินคลีน เพื่อดีท็อกซ์ร่างกายให้คลีนสุด ๆ

จากที่เคยอดบางมื้อ กินแหลกบางมื้อ แล้วแต่อารมณ์ Ashlie Molstad ก็เปลี่ยนมากินอาหารคลีนและเครื่องดื่มคลีนวันละ 5-6 มื้อย่อย ๆ เรียกได้ว่ากินคลีนล้วน ๆ นานร่วม 1 สัปดาห์ ก่อนจะเริ่มออกกำลังกายแบบงู ๆ ปลา ๆ วันละ 30 นาที เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2

ทุกวันนี้เธอยังคงเป็นคนคนเดิม เพิ่มเติมคือมีความสุขกับความรู้สึกว่าร่างกายตัวเองสตรอง มีพลังในการใช้ชีวิตมากขึ้น เที่ยวแล้วไม่รู้สึกเพลียเหมือนเมื่อก่อน เรียกได้ว่าแค่เปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ชีวิตนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เหมือนได้ใช้ชีวิตเต็มที่มากขึ้นอีกเยอะเลย

 

ข้อมูลและภาพจาก
อินสตาแกรม foodiegirlfitness

ศรราม น้ำเพชร ขอลาบวช แฟนคลับทุ่มทุน เตรียมเงินโปรยทาน 1 ล้านบาท

แบงค์ ศรราม น้ำเพชร พระเอกลิเกชื่อดัง เตรียมบวชหลังอายุครบ 20 ปี แฟนคลับร่วมอนุโมทนาบุญ ระดมทุนโปรยทาน 1 ล้านบาท

อายุถึงวัยบวชได้แล้ว พระเอกลิเกหนุ่มหน้ามนคนดัง แบงค์ ศรราม น้ำเพชร ก็ถือฤกษ์ดี เตรียมเข้าพิธีอุปสมบทเพื่อทดแทนคุณบิดา-มารดา ในวันอังคารที่ 20 ธันวาคม 2559 ณ พัทธสีมาวัดท่าการ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยงานนี้แว่วมาว่า บรรดาแม่ยก แฟนคลับ ทุ่มทุน ระดมเงินโปรยทานถึง 1 ล้านบาท กันเลยทีเดียว ..กระปุกดอทคอม ก็ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับหนุ่ม ศรราม น้ำเพชร ด้วยนะคะ

แอน อังคณา วิกฤต ติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง ไร้เงินรักษาตัว

เฮเลน ปวรา อัพเดทอาการป่วย แอน อังคณา ทิมดี พบติดเชื้อในกระแสเลือดขั้นรุนแรง ไร้เงินรักษาตัว เปิดบัญอย ๆ ผ่านทางอินสตาแกรมนั้น

คืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อินสตาแกรม helenpavara401 ซึ่งเป็นอินสตาแกรมส่วนตัวของ เฮเลน ปวรา ได้อัพเดทอาการป่วยของแอน อังคณา ทิมดี อีกครั้ง โดยข้างเตียงมี พ.ต.ท. ดร.วิระ บำรุงศรี อดีตหัวหน้าวงมะลิลา บราซิลเลี่ยน ที่ได้ไปเยี่ยมอาการป่วยของแอน อังคณา ที่โรงพยาบาลเลิดสิน มีข้อความระบุดังนี้…

พบว่าแอนมีอาการป่วยหนักด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือดขั้นรุนแรง ขณะนี้ไม่มีงานมานานตั้งแต่ล้มป่วย และไม่มีเงินในการรักษาตัว

หากปล่อยทิ้งไว้ก็จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน พ.ต.ท. ดร.วิระ บำรุงศรี บอกกล่าวเพิ่มเติมว่า หากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ท่านใด ที่แอนเคยรู้จัก หรืออยากจะช่วยเหลือแอน ก็สามารถโอนเงินได้โดยตรงเข้าบัญชี 013-2-22-040-9 กสิกรไทย อังคณา ทิมดี ส่วน พ.ต.ท. ดร.วิระ บำรุงศรี ได้หาทางช่วยเหลือแอนในเบื้องต้นแล้ว และได้กล่าวขอบคุณผู้ได้ช่วยเหลือแอนในการรักษาพยาบาลมาในครั้งนี้ด้วย
ด้าน นึกคิด บุญทอง อดีตเพื่อนวงมะลิลา บราซิลเลี่ยน เปิดกับผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ว่า ตนทราบเรื่องที่แอนป่วยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตอนแรกตนไม่ได้คิดว่าป่วย มารู้อีกทีตอนที่เฮเลนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าแอนป่วยเป็นอะไร เพราะยังรอผลวินิฉัยจากหมออยู่ ตอนแรกจะเคลียร์คิวไปเยี่ยม แต่มารู้อีกทีว่ามีอาการติดเชื้อในกระแสเลือกและย้ายโรงพยาบาลแล้ว พอตนมาเห็นภาพข่าวที่แอนป่วยก็เป็นห่วง เป็นเพื่อนวงเดียวกันมาตั้งหลายปี ก็ตกใจเพราะแอนไม่ค่อยเป็นอะไร พอรู้ว่าป่วยล่าสุดก็เป็นหนักแล้ว ก็ส่งใจไปช่วย ให้กำลังใจกัน และตนก็ได้ช่วยแชร์ข่าวช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และนวันที่ 16 หรือ 17 ธันวาคมนี้ก็จะเข้าไปเยี่ยม ไปหารือกันว่าจะมีทางไหนที่ช่วยได้บ้าง เพราะต้องใช้ค่ารักษาเยอะ ต้องช่วยกันระดมทุน

ด้านเฮเลน ปวรา ได้อัพเดทความคืบหน้าว่า ตอนนี้อาการของแอน มีเรื่องตับอักเสบด้วย หลังจากนี้จะตรวจเพิ่มอย่างละเอียดอีก ไม่รู้จะเจออะไรเพิ่มอีกบ้าง และยังมีเรื่องท้องบวม วันก่อนดูดออกไปถึง 2,000 ซี.ซี. เดินไม่คล่อง เนื่องจากเจ็บท้องและเหนื่อย ตอนแรกที่ใช้สิทธิ์บัตรทองนั้นเป็นการรักษาขั้นพื้นฐาน แต่แอนอาการหนัก ถ้าอยากหายก็ต้องซื้อยาเพิ่ม ค่าห้องที่เป็นห้องพิเศษก็ต้องจ่ายเพิ่ม จึงต้องมีการเปิดให้มีการโอนเงินเพื่อช่วยเหลือ

เฮเลน ปวรา กล่าวอีกว่า แอนได้โทรมาหาตนว่า สาวใหม่ สุคนธวา ได้เข้ามาเยี่ยม และบอกว่าพี่แอนเป็นไอดอลตั้งแต่เด็ก ๆ ชอบพี่แอนมาก ซึ่งสาวแอนก็ปลื้มใจ ดีใจมาก มีนักแสดงเซ็กซี่รุ่นน้องมาเยี่ยม มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี อีกอย่างแอนก็เป็นไอดอลหลายคน แอนก็เป็นไอดอลตนเช่นกัน ตนก็ให้กำลังใจแอนตลอด แอนบอกกับตนว่า หากใครมาช่วย แอนจะจำได้ แต่ตนก็บอกว่าแอนดังตั้งแต่ปี 2531 จนตอนนี้ชื่อของแอน อังคณา ทิมดี ก็ยังไม่จางหาย เป็นเซ็กซี่ซิมโบลข้ามยุค ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะน้ำใจคนไทยเยอะ คนที่ชอบแอนก็ยังมีอยู่กำลังใจสำคัญ แอนก็ต้องดูแลตัวเอง แอนเห็นช่วยเขาเยอะเขาก็มีความสุข

ยังไงกันแน่ อดีตพระนักเทศน์ แจงภาพหลุดแนบชิดสีกา ตอบวกวน

อดีตพระนักเทศน์ แจงภาพหลุดแนบชิดสีกา ตอบวกวน ถ่ายหลังสึก แต่ภาพแชร์ว่อนตั้งแต่ 4 ธ.ค. อ้างใหม่ถูกคนไม่หวังดีตัดต่อ ลั่นผมลูกผู้ชายพอขอสึกเอง

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพหลุดฉาววงการผ้าเหลือง พระครูโอภาสธรรมวิภัช เจ้าอาวาสและพระนักเทศน์ชื่อดังเมืองขอนแก่น สวมชุดฆราวาสแชะภาพสวีทแนบชิดสีกาสาวอย่างสนิทสนม ก่อนออกมาลาสิกขา (อ่านข่าว : ฉาววงการผ้าเหลือง ภาพหลุด พระนักเทศน์ชื่อดัง แนบชิดสวีทสีกา)


ล่าสุด (7 ธันวาคม 2559) นายสมหวัง ชาประวัง หรือ อดีตพระครูโอภาสธรรมวิภัช ได้แถลงชี้แจงภาพถ่ายแนบชิดสีกาว่า หลังจากเกิดเรื่องขึ้น รู้สึกไม่สบายใจมาก เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะเรื่องภาพถ่ายแนบชิดกับหญิงสาว จึงอยากชี้แจงว่าภาพที่มีการแชร์กันเป็นภาพที่ถ่ายหลังจากได้ลาสิกขาไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2559 เพราะหลังจากที่สึกตนและหญิงสาวที่อยู่ในภาพได้เดินทางไปกรุงเทพฯ และจังหวัดต่าง ๆ ด้วยกัน ตนไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะภาพที่ถ่ายมาก็ไม่ห่มผ้าเหลือง แต่เป็นชุดฆราวาส อยากถามว่ามีสักภาพหรือไม่ที่ตนห่มจีวรเหลือง
นายสมหวัง กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุผลที่สึกไม่เกี่ยวกับภาพหลุด แต่ที่ตัดสินใจสึกเพราะเราเป็นลูกผู้ชายเพียงพอ เราบวชมานาน เราสร้างคุณงามความดีมาก็มาก ไม่อยากให้พระพุทธศาสนามัวหมอง ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในภาพคู่ยอมรับว่าเป็นโยมที่เดินทางมาทำบุญที่วัด หลังจากมีข่าวผู้หญิงในภาพก็เสียใจ เพราะถูกประณามจากคนในสังคมโดยที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับผมเลย ผมเป็นลูกผู้ชายพอ เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาก็ยอมรับแบบลูกผู้ชาย อยากขอโทษที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียหาย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการแชร์ภาพคู่นี้ลงในโลกออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2559 ซึ่งขัดแย้งกับที่ชี้แจงว่าเป็นภาพถ่ายหลังลาสิกขาแล้ว นายสมหวัง ก็ตอบกลับว่า อาจมีผู้ที่ไม่หวังดีที่ต้องการทำลายชื่อเสียงนำภาพไปตัดต่อ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ภาพถ่ายที่ถ่ายก่อนวันลาสิกขาอย่างแน่นอน พร้อมที่จะให้ทุกคนพิสูจน์ได้ หลังจากนี้ตั้งใจว่าจะออกไปทำธุรกิจส่วนตัว อยากขอโทษและขอบคุณญาติโยมทุกคนที่เลื่อมใสศรัทธามาตลอด และหวังว่าทุกคนจะเข้าใจเพราะตนก็เป็นสาธุชนคนธรรมดา ส่วนเรื่องของทรัพย์สินที่นำไปด้วยนั้นเป็นทรัพย์ส่วนตัวของตน ทั้งเงินสดและรถยนต์ ไม่ได้นำทรัพย์สินของทางวัดติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว

อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตว่าอดีตเจ้าอาวาสวัดยังคงให้การสับสน โดยเฉพาะเรื่องภาพหลุดแนบชิดสีกา เพราะครั้งแรกที่ถามว่าภาพถ่ายเมื่อไร อดีตเจ้าอาวาสบอกว่า ถ่ายหลังจากลาสิกขาในวันที่ 5 ธันวาคม แต่เมื่อสอบถามอีกว่าภาพนี้หลุดออกมาตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม ก่อนวันลาสิกขา 1 วัน อดีตเจ้าอาวาสกลับบอกว่ามีผู้ไม่หวังดีนำภาพไปตัดต่อ เมื่อถามย้ำอีกครั้ง อดีตเจ้าอาวาสก็ตอบว่า ถ่ายเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน

ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าวนายสมหวัง ได้นำบัญชีเงินฝากของทางวัดส่งมอบคืน จำนวน 3 บัญชี ได้แก่ บัญชีวัดศรีสว่างโนนทัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาขอนแก่น มีเงินฝากอยู่จำนวน 1,716,714 บาท บัญชีวัดศรีสว่างโนนทัน ธนาคารกรุงไทย สาขาขอนแก่น มีเงินฝากอยู่จำนวน 170,040 บาท และบัญชีคณะสรภัญญะ ธนาคารเกียรตินาคิน สาขาขอนแก่น มีเงินฝากจำนวน 67,913 บาท

ยอดตายรถทัวร์เสียหลักตกเขาพลึงพุ่ง ดับแล้ว 18 เจ็บอื้อ

คืบหน้า รถทัวร์เสียหลักตกเขาพลึง จ.อุตรดิตถ์ ลึกกว่า 150 เมตร เบื้องต้นยอดตายพุ่ง 18 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก

วันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์ตกเขาพลึง ต.ด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก จากนั้นรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ รถกู้ภัยเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ รถกู้ภัยค่ายทหารมณฑลทหารบกที่ 35 รถกู้ภัยจากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ รถพยาบาลจากโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลลับแล โรงพยาบาลตรอน และ โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก รวมจำนวนกว่า 30 คัน

8

โดยจุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางลงเขาพลึง ถนนสายที่ 11 เด่นชัย-พิษณุโลก หลักกิโลเมตรที่ 350 หมู่ 7 ต.ด่านนาขาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พบรถทัวร์สาย 999 สีชมพู-ส้ม ตกอยู่ในหุบเขาพลึง ที่มีความลึกประมาณ 100 เมตร สภาพรถพังยับเยินทั้งคัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 15 ราย เสียชีวิต 11 ราย

ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมทหารกำลังเร่งนำผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นจากจุดเกิดเหตุที่มีความลาดชันระดับ 75 องศา ด้วยการนำเครื่องมือถางป่า ลุยตัดต้นไม้จำนวนมากออก เพื่อปรับเป็นเส้นทางขนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งเป็นไปอย่างยากลำบากพร้อมทั้งต้องใช้เชือกปอที่มีความหนามาก และยาวกว่า 200 เมตร จำนวน 20 เส้น ทำเป็นจุดโรยตัว 2 แห่ง เพื่อโรยตัวลงไป โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย และทหารช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นมาอย่างเร่งด่วน เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยยังไม่ทราบรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมด

โดยสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นทราบว่า พนักงานขับรถโดยสาร ชื่อนายอุดม สมมาตร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ นำผู้โดยสารทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้สูงอายุจากบริษัทแคทเทเลคอม เช่าเหมารถจากกรุงเทพมหานคร จำนวน 38 คน เพื่อไปเที่ยวยัง จ.น่าน และ นอนพักผ่อนที่ จ.แพร่ ขากลับได้ใช้เส้นทางลงเด่นชัย จ.แพร่ เมื่อถึงเขาพลึงซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ระหว่างลงเขารถได้ชนแท่งแบริเออร์เกาะกลางถนน ก่อนที่รถจะสะบัดหันหัวกลับ ตกลงไปในเขาพลึงที่มีความลาดชันสูง จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว

ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 ราย บาดเจ็บ 20 ราย ซึ่งนายอุดม สุมมาตร (คนขับรถ) ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่ รพ.อุตรดิตถ์ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้

ผู้ได้รับบาดเจ็บ 20 ราย ได้แก่ 1.นายอุดม สุมมาตร อายุ 46 ปี 2.นางมนฤดี สมศรี อายุ 61 ปี 3.นางจารุดา แข่งขัน อายุ 62 ปี 4.นางนาเรียน สุนทรกิจ อายุ 69 ปี 5.นางอนงค์ ทวีศรี อายุ 64 ปี 6.นายจรัล แซ่จิว อายุ 64 ปี 7.นางกุลวรรณ เล้าสุวรรณ อายุ 62 ปี 8.นางทัศนียา ประกอบพิบูลย์ อายุ 67 ปี 9.นายบุญส่ง ลุจนานนท์ อายุ 70 ปี 10.นางเสาวภาคย์ โรจนวิภาค อายุ 61 ปี 11.นางนราวดี ฉายพันธ์ อายุ 64 ปี 12.นางจารุวรรณ วงษ์ศิริ อายุ 72 ปี 13.นางกฤษณา โรจนกูล อายุ 71 ปี 14.นายอโนทัย งามมูข อายุ 46 ปี 15.นายมานิจ สุขฉายี อายุ 69 ปี 16.นางพรเพ็ญ สายอุ่นใจ อายุ 65 ปี 17.นายอรรคเดช พิพัฒน์วัฒนารมย์ อายุ 65 ปี 18.นายไพศาล ไหลพานิช อายุ 65 ปี 19.นางสุธาพร จิตตยานนท์ อายุ 63 ปี 20.นางวัชรี โกมลพิส อายุ 64 ปี

สำหรับผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย 1.นางวิจิตรา มธุรสภาษณ์ 2.นายเฉลิม วรทิศ 3.นายประหยัด คล้ายพันธ์ 4.นางจิตราภรณ์ อติชาตินันท์ 5.นายวรดล ขวัญเริงใจ 6.นายกวินทร์ ธาดากิจวรคุณ 7.นายประสิทธิ์ อินทรจักษ์ 8.นายอำนวย อรัญศรี อีก 10 ราย เป็นหญิงไทยไม่ทราบชื่อ-นามสกุล